โครงการส่งเสริมความเป็นไทย - มนต์รักลูกทุ่ง(1)
posted on 28 Jul 2008 15:48 by likedream29 in SS-sidestoryวันนี้สอบมิดเทอมวันแรกค่ะ
นึกว่าจะถูกเคมีพรากชีวิตไปแล้ว แต่ก็ยังมีชีวิตรอดมาสอบสังคมและอังกฤษฟังพูดอยู่
มะรืนนี้จะสอบฝรั่งเศสค่ะ เลยขอฝากฟิค รรลบ อีกซักเรื่อง
จะเป็นคู่ไหนกันนะ
-------------------------------------------------------
แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องสะท้อนผิวน้ำในสระหลังโรงเรียนเป็นประกายวิบวับ
ครูหนุ่มผมยาวเดินสาวเท้าออกจากห้องผู้อำนวยการออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้อง และนี่ก็เป็นอีกวันที่นักเรียนห้อง ม.4/1 ยังไม่ได้เข้าเรียนในห้องปฏิบัติการดนตรีเสียที
นายวิรัล ศิลป์ดำรงวงศ์ ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามายืนหน้าชั้น
"นะ ... นักเรียน ทำ คะ ... ความเคารพ" เสียงของฟองคลื่นดังขึ้นเบาๆ ในตอนนี้ห้อง 4/1 ยังไม่มีหัวหน้าชั้น การบอกชั้นจึงเวียนไปตามเลขที่
"สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับคุณครู"
"สวัสดีครับนักเรียน" ครูหนุ่มกล่าวขึ้น "ขอโทษนะครับที่มาสาย พอดี ผอ. เรียกครูไปคุยด้วยนิดหน่อย"
"คุยกันในห้องสองต่อสองเหรอคะ" เสียงของสาวสามกอดังขึ้นมาจากมุมห้องด้านขวา ตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ
"ครับ สองต่อสอง"
"ว้าว
" ว่าแล้วก็จดบันทึกอะไรลงไปในสมุดสีม่วง ดูเหมือนว่าครูสอนวิชาดนตรีจะไม่เข้าใจพฤติกรรมของนักเรียนคนนี้เท่าไหร่นัก
"แล้ว คุยเรื่องอะไรกันเหรอคะ" เสียงของขนุนดังขึ้น สาวเฮดโฟนสีแดงสินะ
"นี่เป็นหัวข้อของการเรียนในวันนี้ทีเดียวล่ะครับ" ครูหนุ่มหมุนตัวก่อนจรดชอล์คบนกระดาน
โครงการส่งเสริมความเป็นไทยในโรงเรียน
เย้เย : แล้วโครงการของคุณอาของนายมันเกี่ยวอะไรกับวิชาดนตรีเนี่ย
ภูมิ : ไม่รู้เหมือนกันแฮะ คุณอาไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรเท่าไหร่ง่ะ
"เนื่องจากโครงการนี้ส่งผลต่อวิชาของเราด้วยนะึครับ สายวิชาดนตรีและครูคนอื่นๆ จึงลงความเห็นว่าจะให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการแสดงวงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งจะจัดในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ โดยที่จะมีผู้ปกครองของนักเรียนมาดูด้วย"
เมื่อได้ยินคำว่าดนตรีลูกทุ่ง หลายคนก็เริ่มโอดครวญ
"การจัดกลุ่มแสดงนั้น จะจัดยังไงก็ได้แต่ขอให้มีการแสดงรวมทั้งหมด 6 ชุด บางคนอาจจะแสดงหลายอย่างนะครับขอให้แบ่งเวลาให้ดี ขอหใ้ห้ส่งรายชื่ออาทิตย์หน้าแล้วเริ่มซ้อมได้เลยนะครับ"
"แล้วเราจะยังไม่ได้เรียนเพลงคลาสสิกเหรอฮะ" เด็กหนุ่มผมสีทองที่นั่งอยู่ฟากเดียวกับเพื่อนๆลูกครึ่งถามขึ้นมา คนเป็นครูมองใบหน้าขาวสะอาดของคีริลแล้วถอนหายใจ ดูเหมือนจะมีเด็กนักเรียนที่ไม่คุ้นเคยกับคำว่าลูกทุ่งจำนวนมากเลยทีเดียว
"หลังจากช่วงนี้ล่ะครับ พอดี ผอ. เขาขอมาก่อน"
ในเวลานี้เขานึกถึงอิตาลี
"ทีนี้ถึงครูจะเรียนจบมาจากอิตาลี ก็ไม่ได้หมายความว่าครูจะไม่ชอบเพลงลูกทุ่งนะครับ
เพลงลูกทุ่งเป็นเพลงที่สะท้อนวิถีชีวิต สภาพสังคมอุดมคติและวัฒนธรรมไทย โดยมีท่วงทำนอง คำร้อง สำเนียง และลีลาการร้องการบรรเลงที่เป็นแบบแผน มีลักษณะเฉพาะซึ่งให้บรรยากาศ ความเป็นลูกทุ่ง สำหรับเพลงที่ครูจะนำมาให้นักเรียนรู้จักในวันนี้หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อ"
ครูหนุ่มหันหลังกลับไปหากระดานอีกครั้งหนึ่ง ตวัดตัวอักษรสีขาวบนกระดานอ่านได้ใจความว่า
มนต์รักลูกทุ่ง
"ใครรู้จักเพลงนี้บ้างครับ"
ห้องเรียนเงียบไปขณะหนึ่ง
อันที่จริงเด็กโรงเรียนนี้เป็นพวกเด็กลูกครึ่งซะมาก หรือที่เป็นคนไทยแท้ๆ แต่จะมีกี่คนกันที่สนใจเพลงลูกทุ่งหรือเป็นลูกชนบท
เขาลองนึกดู ในไอความทรงจำจางๆ เสียงขลุ่ยที่อยู่ริมสระบัวนั่นก็ใช่ได้
"คนที่อยู่ตรงนั้น" ครูดนตรีผายนิ้วออกไปยังเด็กผู้ชายคิ้วเข้มที่นั่งอยู่แถวๆหลังห้อง ใบหน้าเข้มของนักกีฬาโรงเรียนนตกใจนิดหน่อย "ขอโทษนะครับ ชื่ออะไรเหรอครับ"
"ไผ่ ... ครับ" เด็กชายตอบด้วยน้ำเสียงเหน่อนิดๆ
"ไผ่รู้มั้ยครับว่าใครเป็นคนแต่งคำร้องและทำนองเพลงนี้"
เด็กชายเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยก่อนตอบเบาๆ
"ครูไพบูลย์ บุตรขัน ครับ ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร ...... ครับ"
ครูหนุ่มยิ้มละไม
"ดีมากครับ นั่งลงได้"
.........
ชีทเนื้อเพลงถูกแจกไปทั่วห้ิอง
ปกติวิทยุเครื่องนี้มักจะถูกเปิดฟังเพลงแจ๊สหรือเพลงคลาสสิกคลอเบาๆขณะทำงานหรือต้องการพักผ่อน ซีดีเพลงของ Kenny G ถูกหยิบออกจากเครื่องก่อนจะถูกแทนที่ด้วยซีดีเพลงแผ่นใหม่ลงไป
แล้วไม่นานนักเสียงดนตรีลูกทุ่งก็ดังขึ้น
(โปรดกดฟังเพื่ออรรถรสค่ะ)
หอมเอยหอมดอกกระถิน
รวยระรินเคล้ากลิ่นกองฟาง
เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมแถวย่านาง
มองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง
อยากจะเด็ดมาดอมหอมหน่อย
ลองเอื้อมมือค่อยๆ ก็เอื้อมไม่ถึง
อยากจะแปลงร่างเป็นแมลงภู่ผึ้ง
แปลงได้จะบินไปคลึงเคล้าเจ้าบัวตูมบัวบาน
หอมดินกลิ่นเคล้าไอฝน
อวลระคนหอมแก้มนางคราญ
ขลุ่ยเป่าแผ่วพลิ้วผ่านทิวแถวต้นตาล
มนต์รักเพลงชาวบ้านลูกทุ่งแว่วแผ่วมา
ได้คันเบ็ดสักคันพร้อมเหยื่อ
มีน้องนางแก้มเรื่อนั่งเคียงตกปลา
ทุ่งรวงทองของเรานี้มีคุณค่า
มนต์รักลูกทุ่งบ้านนาหวานแว่วแผ่วดังกังวาน
โอ้เจ้าช่อนกยูงแว่วเสียงเพลงมนต์รักลูกทุ่ง
ซ้ำหอมน้ำปรุงที่แก้มนงคราญ
..........
เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียนกรีดเสียงลั่น
"การบ้านดนตรีวันนี้ยากใช่เล่นเลยนะเนี่ย" เย้เยพูดขึ้น "หลายคนในห้องคงเดือดร้อนแน่ๆเน่อ อย่างนายคีริลหรือพวกแฝดเอย งานนี้คอคลาสสิกคงจ๋อย"
"ลี่ลี่ก็ไม่ค่อยได้ฟังเพลงลูกทุ่งเหมือนกัน แต่การบ้านมันก็แค่ตีความหมายของเนื้อเพลงนี่นา" คุณหนูน้ำชาพูดขึ้น โบกชีทที่มีเนื้อเพลงหนึ่งครั้งก่อนตั้งใจอ่าน
"ให้ความรู้สึกถึงความเป็นชนบทจริงๆ เห็นภาพของสระบัว กองฟางขึ้นมาชัดเจนเลย"
"นั่นสินะ ต้องมีขวัญเรียมขี่ควายด้วยถึงจะครบ" เด็กชายร่างสูงลูกครึ่งสเปนหัวเราะเบาๆกับตนเอง ... นึกถึงฝันครั้งก่อนที่เห็นลี่ลี่แต่งงานกับไผ่แล้วก็อดหัวเราะไม่ได้
"เราว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้นมั้ง" เด็กหญิงผมเปียร่่างเล็กเอ่ยขึ้น "ถ้าเราไปปรึกษาไผ่คงจะดีเหมือนกันนะ"
" นั่นสิ ดีเหมือนกัน ดูเหมือนไผ่จะเก่งเรื่องเพลงลูกทุ่งด้วยล่ะ" ลี่ลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนหันไปถามภูมิที่ดูสนิทกับไผ่มากกว่าคนอื่นในกลุ่ม "เวลาประมาณนี้ ปกติไผ่เค้าอยู่แถวไหนเหรอ"
"ถ้าไม่เตะบอลก็คงอยู่แถวๆสระน้ำหลังโรงเรียนล่ะ แต่วันนี้เราว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า"
.................
เสียงขลุ่ยคลอบางๆในชั้นบรรยากาศ เด็กหนุ่มนั่งอยู่ริมสระน้ำจ้องมองไปที่ความว่างเปล่าเหนือผิวน้ำ
แล้วเสียงใสๆของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ลี่ลี่ : ไผ่จ๊ะ
เสียงขลุ่ยหยุดลงอย่างกระทันหัน เด็กชายหันกลับไปมองต้นเสียง
ไผ่ : ..... ลี่ลี่ 
เย้เย : ทักแต่ลี่ลี่เน่อ คนอื่นไม่ยักกะทัก
ไผ่ : ว่าแต่มากันตั้งเยอะ มีอะไรกันเหรอ 
ฟ้า : เราอยากให้ไผ่ช่วยอธิบายความหมายของเนื้อเพลงหน่อยน่ะ
ฟ้านิ่งเงียบไปสักพักก่อนยิ้มมุมปากแวบสั้นๆ
ฟ้า : อธิบายเป็นท่อนๆเลยนะ
.....................................
หอมเอยหอมดอกกระถิน
รอยระรินเคล้ากลิ่นกองฟาง
ไผ่ : ท่อนนี้ก็บรรยายถึงธรรมชาติในชนบท กลิ่นหอมของดอกกระถินกับกลิ่นกองฟางนั้นหอมอย่างเป็นธรรมชาติ
เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมแถวย่านาง
มองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง
ไ่ผ่ : ท่อนนี้ก็เหมือนกัน .. บรรยายถึงธรรมชาติเบื้องหน้าน่ะ
อยากจะเด็ดมาดอมหอมหน่อย
สายตาของนักฟุตบอลโรงเรียนเหล่วูบไปทางลี่ลี่ก่อนจะชักสายตากลับมาสู่ชีท
ไผ่ : เห็นดอกบัวที่ลอยปริ่มริมบึง อยากจะเด็ดมาเชยชม
ลองเอื้อมมือค่อยๆก็เอื้อมไม่้ถึง
ใบหน้าของลี่ลี่อ่อนหวานเป็นธรรมชาติ ผมสีน้ำตาลเปลือกไม้ยาวระบ่า
ไผ่ : แม้จะอยากลองเอื้อมมือไปเด็ดอย่างอ่อนโยน แต่ก็ .... รู้ดีว่าเอื้อมไม่ถึง ....
อยากจะแปลงร่างเป็นแมลงภู่ผึ้ง
แปลงได้จะบินไปคลึงเคล้าเจ้าบัวตูมบัวบาน
ไผ่ : หากแปลงร่างเป็นแมลงได้ ก็อยากจะแปลงกาย... บินไปหาดอกบัวดอกนั้น ....
....ดอกบัวดอกนั้นกำลังจดคำพูดของเขาลงบนกระดาษโน๊ตอย่างตั้งใจ....
.......................
"ขอบคุณไผ่มากนะที่ช่วยพวกเราทำการบ้านน่ะ" ลี่ลี่พูดขึ้น หัวเราะน้อยๆ "ถ้าวันไหนไผ่ว่างก็มาปาร์ตี้น้ำชากับเราก็ได้นะ ถือว่าเป็นการขอบคุณแล้วกัน"
"อะ ... อื้อ" ใบหน้าเข้มที่เริ่มสุกเป็นสีแดงรีบหลบสายตาก่อนหัวเราะแหะๆ
"เราว่้านะ" เหมือนฝันกล่าวขึ้นลอยๆ "ถ้าคนร้องเค้าอยากได้ดอกบัวดอกนั้นจริงๆ....."
ดวงตาดำสนิทของเธอจ้องไปที่คนขี้อาย
"แทนที่เอื้อมมือไม่ถึงแล้วจะท้อใจ"
รอยยิ้มที่มุมปากของเหมือนฝันชัดขึ้นมานิดหน่อย
"ทำไมไม่ลองว่ายน้ำไปเด็ดเลยล่ะ"
............
รถยนต์ราคาแพงของลี่ลี่เคลื่อนออกจากประตูโรงเรียนไปได้พักนึงแล้ว ในขณะนี้ริมสระบัวเหลือเพียงนายประสิทธิ งามเจริญ เด็กบ้านนอกที่ชอบอยู่ตามลำพังข้างสระบัว
เขาเหม่อมองไปที่สระน้ำ
ผึ้งตัวหนึ่งกำลังเคล้้าเกสรของดอกบัวที่บานอยู่ในสระ
เสียงขลุ่ยไม้กังวานเป็นบทเพลงหวานระคนความเศร้า....
บางทีเราน่าจะลองไปปาร์ตี้น้ำชาบ้างนะ.....
จบ(ภาคหนึ่ง)
------------------------------------------------------------------------------------------------
แฮ่ จบแล้วค่า XD
•อัพถี่ๆ สองวันติดเลย ไม่รู้ว่าถี่เกินไปรึเปล่า (แต่ช่วงนี้อยากเล่นกิจกรรมโรงเรียนลูกบาศก์จัดๆ งวดนี้ขอดันคู่นี้บ้างล่ะนะ)
•ใครยังไม่ได้อ่านการบ้านเก่าก็ย้อนไปอ่านได้เน่อ
•ยังถาม FAQ ได้เรื่อยๆนะคะ ♥
ภาคต่อของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร คอมเมนต์ได้เน้อ

#1 By MD [คนพูดมาก@สิงคโปร์] on 2008-07-28 17:44